หนี
posted on 19 Jun 2011 11:14 by pabman
ขณะที่ไฟสีแดงจากปลายบุหรี่แดงวาบขึ้น
ควันจางๆ ก็ลอยขึ้นสู่อากาศ
โนบุยูกิ หลบหน้าลงพร้อมเสียงถอนหายใจ
เขาบอกผมว่าเขาเบื่อชีวิตที่ญี่ปุ่น ที่นั่นทำให้เขาอึดอัด
และถ้าเป็นไปได้เขาก็ไม่อยากกลับไปอีก
....
เป็นเวลาเกือบสองปีที่ผมได้รู้จักกับโนบุยูกิ เขาก็เหมือนผู้ชายญี่ปุ่นทั่วไป
กันคิ้ว ไว้หนวดหรอมแหรม และมีเคราบางๆ
เขาเป็นนักกีฬาบาสเกตบอล อาจเรียกว่าเข้าขั้นคลั่งไคล้
ทว่าด้วยรูปทรงส่วนสูงที่ไม่อำนวย เขาเลยมักได้เป็นตัวสำรองเสมอ
ผมเองก็มีโอกาสได้เล่นกับเขาบ่อย และก็รู้ว่าเขาทุ่มเทให้กับมันมากแค่ไหน
สำหรับบาส.... นั้นก็เป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของเขา
เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ดื่มไม่เที่ยว และไม่สูบบุหรี่
บาสจึงเป็นทางระบายอย่างแรกและอย่างสุดท้าย
บางที.. เขามักจะบอกผมเสมอว่า เขาอิจฉาที่ผมสูบบุหรี่เป็น
เขาว่า มันทำให้ผมมีเพื่อนเยอะ สร้างเพื่อนได้ง่าย
ซึ่งผมก็มักจะบอกเขาเสมอว่า มันไม่จำเป็นหรอกที่ต้องสูบบุหรี่เป็น
....
ผมได้เจอกับเขาครั้งแรกที่โรงเรียนภาษา เราบังเอิญต้องมานั่งข้างกัน
ซึ่งหลังจากนั้น เราก็บังเอิญได้มาเรียนห้องเดียวกันอีกรอบ
และคงเป็นตั้งแต่ครั้งนั้นที่เราได้เริ่มสนิทกัน
....
โดยส่วนตัวแล้ว คนญี่ปุ่นเป็นคนมีอัธยาศัยคล้ายคลึงกับคนไทย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมารยาท การลำดับญาติผู้ใหญ่ ลักษณะนิสัย
สิ่งที่แตกต่างและยากจะอธิบายก็คือ ความคิดที่ลึก
ประเด็นที่เรามักจะคุยกัน คงจะเป็นเรื่องเหตุผลที่มาเรียนที่อเมริกา
ซึ่งแน่นอนว่า เป้าหมายของเราทั้งสองนั้นต่างกันอย่างสุดขั้ว
....
โนบุยูกิ มาที่อเมริกาเพราะต้องการหนีจากญี่ปุ่น
....
ด้วยลักษณะการเรียนที่เข้มและเคี่ยวของญี่ปุ่น (ซึ่งก็คล้ายกับการสอบเอ็นทรานซ์ของบ้านเรา แต่ยกกำลังสอง)
ทำให้เขาพลาดถึงสองครั้ง และด้วยปัจจัยเรื่องครอบครัวที่มั่งคั่งร่ำรวยเกินไปของเขา
เขาบอกผมว่า.... พ่อของเขาเป็นเจ้าของโรงพยาบาลหลักๆ ในเกียวโตและฟุจิโอกะ
ซึ่งทำให้สถานะของเขากลายเป็นบุคคลชั้นสูงไปทันที
เพื่อนบ้านของเขามักจะโค้งคำนับเขาเสมอ
เพื่อนๆ ก็พยายามจะเอาใจเขาเพียงเพราะเงินของเขา
นี่คงไม่ต้องนับถึงเรื่องผู้หญิง....
....
สำหรับตัวผม ผมมาอยู่ที่นี่เพราะต้องการความรู้
....
ด้วยลักษณะระบบงานของเอกชนเมืองไทย ที่นานๆจะขึ้นเงินเดือน
ครอบครัวกินเงินราชการของผม ที่มีพอใช้แต่ไม่พอฟุ่มเฟือย
และแน่นอน.... เมื่อผมมีโอกาสที่จะหาความรู้ ผมคงไม่พลาด
เพราะความรู้ที่ได้ก็เอาไว้หาเงินเดือนสูงๆ
กลับไปเมืองไทยจะได้มีหน้ามีตา เป็นที่เคารพเกรงขาม
นี่คงไม่ต้องนับถึงเรื่องผู้หญิง
....
ใช่.... ผมกับเขาต่างก็หนีเหมือนกัน
....
ค่ำคืนนี้ เราต่างมีเวลาด้วยกันไม่มากนัก แม้มันจะเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้พูดคุยกันก็ตาม
โนบุยูกิ หันมาถามผมว่า "กลับไปผมจะทำอะไร"
ผมตอบกลับอย่างเช่นเคยว่า....
"ผมคงใช้ชีวิตอย่างที่ผมอยากให้เป็น มีเงินให้พอฟุ่มเฟือย มีชีวิตที่ผมอยากมี"
ผมถามกลับเขา แล้วนายล่ะ?
เขาบอก "แน่นอน เขาอยากใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ ที่นี่มีเพื่อน มีเสรีภาพ ไม่มีใครแคร์ว่ารวยหรือจน
และที่สำคัญคือที่นี่มีโอกาส"
ผมยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนที่จะโบกมือลาเขา
....
บางที คำว่า "หนี" กับ "หา" อาจไม่ต่างกันมากเท่าไร
เราต่างหนีเพื่อค้นหาบางสิ่ง ขณะที่เราค้นหาบางสิ่งเพื่อที่จะหนี
....
ผมบี้บุหรี่ลงบนพื้นถนน พร้อมกับสังเกตเห็น ....ควันจางๆ
ที่กำลังลอยหนีไปบนท้องฟ้า
edit @ 19 Jun 2011 12:46:51 by Pabman